การดูแลรักษา
การใส่ปุ๋ย
- ลำไยอายุ 1-3 ปี หลังจากต้นแตกใบอ่อนชุดที่ 1 ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 + 46-0-0สัดส่วน 1:1 อัตรา 100 กรัมต่อต้น ปีละ 3 ครั้ง และเพิ่มขึ้นปีละ 2 เท่าทุกปี
- ลำไยอายุ 4 ปี แตกใบอ่อนประมาณต้นเดือนสิงหาคม ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 +46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น และเดือนพฤศจิกายน พ่นปุ๋ยเคมีสูตร0-52-34 อัตรา 150 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วทรงพุ่มเพื่อไม่ให้ลำไยแตกใบใหม่พ่น 3 ครั้ง ทุก 7 วัน
- สำหรับลำไยที่ให้ผลผลิตแล้ว (อายุ 5 ปีขึ้นไป) หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตในปีที่ผ่านมาใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 + 46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อกระตุ้นการแตกใบอ่อนชุดที่ 1 หลังจากนั้นประมาณเดือนกันยายนใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 + 46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เมื่อลำไยแตกใบอ่อนชุดที่ 2กลางเดือนตุลาคมใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 0-46-0 + 0-0-60 สัดส่วน 1:1 อัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อให้ลำไยพักตัวและพร้อมต่อการออก
- เมื่อลำไยติดผลขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 +46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อบำรุงผลให้เจริญเติบโต
- ก่อนเก็บเกี่ยว 1 เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต
- หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 + 46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2กิโลกรัมต่อต้น
- ลำไยอายุ 4 ปี แตกใบอ่อนประมาณต้นเดือนสิงหาคม ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 +46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น และเดือนพฤศจิกายน พ่นปุ๋ยเคมีสูตร0-52-34 อัตรา 150 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วทรงพุ่มเพื่อไม่ให้ลำไยแตกใบใหม่พ่น 3 ครั้ง ทุก 7 วัน
- สำหรับลำไยที่ให้ผลผลิตแล้ว (อายุ 5 ปีขึ้นไป) หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตในปีที่ผ่านมาใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 + 46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อกระตุ้นการแตกใบอ่อนชุดที่ 1 หลังจากนั้นประมาณเดือนกันยายนใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 + 46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เมื่อลำไยแตกใบอ่อนชุดที่ 2กลางเดือนตุลาคมใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 0-46-0 + 0-0-60 สัดส่วน 1:1 อัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อให้ลำไยพักตัวและพร้อมต่อการออก
- เมื่อลำไยติดผลขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 +46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อบำรุงผลให้เจริญเติบโต
- ก่อนเก็บเกี่ยว 1 เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต
- หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 + 46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2กิโลกรัมต่อต้น
การให้น้ำ
1. แบบใช้สายยางรด ลงทุนต่ำ แต่ต้องมีแหล่งน้ำและแรงงานเพียงพอ
2. แบบหัวเหวี่ยง เป็นการให้น้ำในกรณีมีแหล่งน้ำจำกัด ต้นทุนสูงกว่าแบบใช้สายยาง
3. แบบหัวเหวี่ยงขนาดเล็ก เหมาะสำหรับพื้นที่มีแหล่งน้ำจำกัดใช้แรงงานน้อย แต่ต้องมีการดูแลรักษาสูง
4. แบบน้ำหยด เหมาะสำหรับที่มีแหล่งน้ำจำกัดมาก ต้นทุนสูง
1. แบบใช้สายยางรด ลงทุนต่ำ แต่ต้องมีแหล่งน้ำและแรงงานเพียงพอ
2. แบบหัวเหวี่ยง เป็นการให้น้ำในกรณีมีแหล่งน้ำจำกัด ต้นทุนสูงกว่าแบบใช้สายยาง
3. แบบหัวเหวี่ยงขนาดเล็ก เหมาะสำหรับพื้นที่มีแหล่งน้ำจำกัดใช้แรงงานน้อย แต่ต้องมีการดูแลรักษาสูง
4. แบบน้ำหยด เหมาะสำหรับที่มีแหล่งน้ำจำกัดมาก ต้นทุนสูง
การตัดแต่งกิ่งและควบคุมทรงพุ่ม
1. ลำไยอายุ 1-3 ปี ซึ่งยังไม่ให้ผลผลิต ควรตัดแต่งให้ลำไยมีลักษณะทรงพุ่มเป็นทรงกลม
2. ลำไยอายุ 4-5 ปี ให้ผลผลิตแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บเกี่ยว ตัดกิ่งกลางทรงพุ่มที่อยู่ในแนวตั้งเหลือตอกิ่ง เพื่อเปิดกลางทรงพุ่มให้ได้รับแสงสว่างมากขึ้น
3. ลำไยอายุ 5 -10 ปี ตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บเกี่ยวเพื่อไม่ให้ทรงพุ่มชนกัน ตัดแต่งเช่นเดียวกับลำไยอายุ 4 -5 ปี ตัดปลายกิ่งทั้งแนวนอนและแนวตั้งให้มีความสูง เหลือเพียง 3 เมตร เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงาน
1. ลำไยอายุ 1-3 ปี ซึ่งยังไม่ให้ผลผลิต ควรตัดแต่งให้ลำไยมีลักษณะทรงพุ่มเป็นทรงกลม
2. ลำไยอายุ 4-5 ปี ให้ผลผลิตแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บเกี่ยว ตัดกิ่งกลางทรงพุ่มที่อยู่ในแนวตั้งเหลือตอกิ่ง เพื่อเปิดกลางทรงพุ่มให้ได้รับแสงสว่างมากขึ้น
3. ลำไยอายุ 5 -10 ปี ตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บเกี่ยวเพื่อไม่ให้ทรงพุ่มชนกัน ตัดแต่งเช่นเดียวกับลำไยอายุ 4 -5 ปี ตัดปลายกิ่งทั้งแนวนอนและแนวตั้งให้มีความสูง เหลือเพียง 3 เมตร เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงาน
ศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด
โรคที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
โรคราน้ำฝนหรือโรคผลเน่าและใบไหม้
โรคราน้ำฝนหรือโรคผลเน่าและใบไหม้
สาเหตุ
เชื้อรา
ลักษณะอาการ
เมื่อเชื้อราเข้าทำลายที่ผลจะทำให้ผลเน่าและร่วง แผลมีสีน้ำตาล เข้าทำลายที่ใบอ่อน ยอดอ่อน จะเป็นแผลไหม้สีน้ำตาลดำ ขนาดและรูปร่างไม่แน่นอน เชื้อราสร้างเส้นใยและสปอร์สีขาวฟูบนแผลที่ผลช่วงเวลาระบาด ฤดูฝนช่วงที่มีฝนตกชุก
เมื่อเชื้อราเข้าทำลายที่ผลจะทำให้ผลเน่าและร่วง แผลมีสีน้ำตาล เข้าทำลายที่ใบอ่อน ยอดอ่อน จะเป็นแผลไหม้สีน้ำตาลดำ ขนาดและรูปร่างไม่แน่นอน เชื้อราสร้างเส้นใยและสปอร์สีขาวฟูบนแผลที่ผลช่วงเวลาระบาด ฤดูฝนช่วงที่มีฝนตกชุก
การป้องกันกำจัด
1. ปลูกลำไยให้มีระยะห่างที่พอเหมาะ ไม่ปลูกชิดเกินไป
2. ตัดแต่งภายในทรงพุ่มให้แสงแดดส่องถึงโคนต้น และกำจัดวัชพืชภายใต้ทรงพุ่ม
3. บำรุงรักษาต้นลำไยให้เจริญเติบโตแข็งแรง โดยการใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ในช่วงที่อากาศแห้งแล้งและพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชและสารฆ่าแมลงอย่างสม่ำเสมอ
4. เก็บผลและใบลำไยที่มีโรคซึ่งร่วงหล่นบนพื้นดินภายใต้ทรงพุ่ม เผาทำลายนอกแปลงปลูก
5. ควบคุมโรคโดยชีววิธี ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือ เชื้อแบคทีเรียปฎิปักษ์บาซิลลัส ผสมน้ำพ่นให้ทั่วทั้งต้น
6. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช
1. ปลูกลำไยให้มีระยะห่างที่พอเหมาะ ไม่ปลูกชิดเกินไป
2. ตัดแต่งภายในทรงพุ่มให้แสงแดดส่องถึงโคนต้น และกำจัดวัชพืชภายใต้ทรงพุ่ม
3. บำรุงรักษาต้นลำไยให้เจริญเติบโตแข็งแรง โดยการใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ในช่วงที่อากาศแห้งแล้งและพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชและสารฆ่าแมลงอย่างสม่ำเสมอ
4. เก็บผลและใบลำไยที่มีโรคซึ่งร่วงหล่นบนพื้นดินภายใต้ทรงพุ่ม เผาทำลายนอกแปลงปลูก
5. ควบคุมโรคโดยชีววิธี ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือ เชื้อแบคทีเรียปฎิปักษ์บาซิลลัส ผสมน้ำพ่นให้ทั่วทั้งต้น
6. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช
โรครากและโคนเน่า
สาเหตุ
เชื้อรา
เชื้อรา
ลักษณะอาการ
ต้นเหลืองทรุดโทรม รากและโคนต้นเน่า มีสีน้ำตาลปนม่วงและมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวต้นลำไยที่เป็นโรคจะยืนต้นแห้งตายอย่างรวดเร็ว
ต้นเหลืองทรุดโทรม รากและโคนต้นเน่า มีสีน้ำตาลปนม่วงและมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวต้นลำไยที่เป็นโรคจะยืนต้นแห้งตายอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลาระบาด
ฤดูฝนช่วงที่มีฝนตกชุกติดต่อกันหลายวัน
ฤดูฝนช่วงที่มีฝนตกชุกติดต่อกันหลายวัน
การป้องกันกำจัด
1. ปฏิบัติเหมือนการป้องกันกำจัดโรคผลเน่าและใบไหม้
2. หลีกเหลี่ยงการขุดดินภายใต้ทรงพุ่มซึ่งจะทำให้รากขาด
3. หมั่นตรวจแปลงโดยสม่ำเสมอ และกำจัดต้นที่เป็นโรคทันทีโดยขุดแล้วเผาทำลาย
4. ควบคุมโรคโดยชีววิธีโดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์บาซิลลัส ผสมคลุกเคล้ากับดินในทรงพุ่มและผสมน้ำพ่นให้ทั่วต้นที่เป็นโรคและต้นข้าง เคียง
5. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด
1. ปฏิบัติเหมือนการป้องกันกำจัดโรคผลเน่าและใบไหม้
2. หลีกเหลี่ยงการขุดดินภายใต้ทรงพุ่มซึ่งจะทำให้รากขาด
3. หมั่นตรวจแปลงโดยสม่ำเสมอ และกำจัดต้นที่เป็นโรคทันทีโดยขุดแล้วเผาทำลาย
4. ควบคุมโรคโดยชีววิธีโดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์บาซิลลัส ผสมคลุกเคล้ากับดินในทรงพุ่มและผสมน้ำพ่นให้ทั่วต้นที่เป็นโรคและต้นข้าง เคียง
5. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด
โรคผลเน่าสีน้ำตาล
สาเหตุ
เชื้อรา
เชื้อรา
ลักษณะอาการ
ผลเน่าแล้วร่วง แผลสีน้ำตาล ขนาดและรูปร่างไม่แน่นอนไม่พบเส้นใยและสปอร์ของเชื้อบนแผล
ผลเน่าแล้วร่วง แผลสีน้ำตาล ขนาดและรูปร่างไม่แน่นอนไม่พบเส้นใยและสปอร์ของเชื้อบนแผล
ช่วงเวลาระบาด
ฤดูฝนช่วงที่มีตกชุก
ฤดูฝนช่วงที่มีตกชุก
การป้องกันกำจัด
1. ปฏิบัติเหมือนการป้องกันโรคผลเน่าและใบไหม้
2. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช
1. ปฏิบัติเหมือนการป้องกันโรคผลเน่าและใบไหม้
2. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช
โรคพุ่มไม้กวาด (โรคกะหรี่)
สาเหตุ
เชื้อรา เชื้อไฟโตพลาสมา หรือ มายโคพลาสมา
เชื้อรา เชื้อไฟโตพลาสมา หรือ มายโคพลาสมา
ลักษณะอาการ
ส่วนที่เป็นตาเกิดอาการแตกยอดฝอยเป็นมัดไม้กวาด หากเป็นรุนแรงทำให้ต้นลำไยทรุดโทรมช่วงเวลาระบาด เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม โดยมวนไรลำไยเป็นพาหะนำโรค
ส่วนที่เป็นตาเกิดอาการแตกยอดฝอยเป็นมัดไม้กวาด หากเป็นรุนแรงทำให้ต้นลำไยทรุดโทรมช่วงเวลาระบาด เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม โดยมวนไรลำไยเป็นพาหะนำโรค
การป้องกันกำจัด
1. ขยายพันธุ์ปลูกจากต้นแม่พันธุ์ที่ปลอดโรค
2. ตัดกิ่งเป็นโรคออกเผาทำลาย
3. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช
4. พ่นสารป้องกันกำจัดไร ซึ่งเป็นพาหะของโรค
2. แมลงและไรศัตรูที่สำคัญ
1. ขยายพันธุ์ปลูกจากต้นแม่พันธุ์ที่ปลอดโรค
2. ตัดกิ่งเป็นโรคออกเผาทำลาย
3. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช
4. พ่นสารป้องกันกำจัดไร ซึ่งเป็นพาหะของโรค
2. แมลงและไรศัตรูที่สำคัญ
ผีเสื้อมวนหวาน
ลักษณะและการทำลาย เป็นผีเสื้อกลางคืน ขนาดปีกกว้าง 3 -5 เซนติเมตรปีก-คู่หน้าสีน้ำตาล คู่หลังสีเหลืองทอง มีลายรูปไตรหรือซีสีดำ ตาสีแดง สะท้อนแสงไฟ ผีเสื้อเจาะและดูดกินน้ำหวานจากผล มีน้ำไหลเยิ้มออกรูที่ถูกเจาะเนื่องจากเชื้อโรคเข้าทำลาย ช่วงระยะเวลาที่ระบาดช่วงผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยว เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม
ลักษณะและการทำลาย เป็นผีเสื้อกลางคืน ขนาดปีกกว้าง 3 -5 เซนติเมตรปีก-คู่หน้าสีน้ำตาล คู่หลังสีเหลืองทอง มีลายรูปไตรหรือซีสีดำ ตาสีแดง สะท้อนแสงไฟ ผีเสื้อเจาะและดูดกินน้ำหวานจากผล มีน้ำไหลเยิ้มออกรูที่ถูกเจาะเนื่องจากเชื้อโรคเข้าทำลาย ช่วงระยะเวลาที่ระบาดช่วงผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยว เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม
การป้องกันกำจัด
1. ห่อช่อผลด้วยกระดาษเพื่อป้องกันการเข้าทำลาย
2. กำจัดวัชพืชซึ่งเป็นพืชอาหารของหนอน เช่นย่านาง ต้นข้าวสาร และบอระเพ็ด
3. ใช้ไฟส่อง จับผีเสื้อทำลายโดยใช้สวิงโฉบ (ช่วงเวลา 20.00 – 22.00 น.)
4. ช่วงผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยวใช้เหยื่อพิษ โดยใช้สับปะรดสุกตัดเป็นชิ้นจุ่มในสารป้องกันศัตรูพืชนาน 1 นาที ไปแขวนในสวน
1. ห่อช่อผลด้วยกระดาษเพื่อป้องกันการเข้าทำลาย
2. กำจัดวัชพืชซึ่งเป็นพืชอาหารของหนอน เช่นย่านาง ต้นข้าวสาร และบอระเพ็ด
3. ใช้ไฟส่อง จับผีเสื้อทำลายโดยใช้สวิงโฉบ (ช่วงเวลา 20.00 – 22.00 น.)
4. ช่วงผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยวใช้เหยื่อพิษ โดยใช้สับปะรดสุกตัดเป็นชิ้นจุ่มในสารป้องกันศัตรูพืชนาน 1 นาที ไปแขวนในสวน
มวนลำไย
ลักษณะและการทำลาย
มวนลำไยวางไข่และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเกือบดำเมื่อใกล้ฟัก วางไข่บนช่อดอก หรือ ผลอ่อน กลุ่มละ14 ฟอง ตัวอ่อนมีลำตัวสีแดง ริ้วลายขาวสลับดำหรือตัวเต็มวัยสีน้ำตาลอ่อน ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเมื่อได้รับการกระทบกระเทือนจะปล่อยสารที่มีกลิ่น เหม็นฉุนออกมาทำลายยอดอ่อน ช่อดอก และผลอ่อน ทำให้ยอดอ่อนหรือช่อดอกแห้งใบอ่อนและผลอ่อนเป็นแผลมีจุดสีดำอ่อน
มวนลำไยวางไข่และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเกือบดำเมื่อใกล้ฟัก วางไข่บนช่อดอก หรือ ผลอ่อน กลุ่มละ14 ฟอง ตัวอ่อนมีลำตัวสีแดง ริ้วลายขาวสลับดำหรือตัวเต็มวัยสีน้ำตาลอ่อน ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเมื่อได้รับการกระทบกระเทือนจะปล่อยสารที่มีกลิ่น เหม็นฉุนออกมาทำลายยอดอ่อน ช่อดอก และผลอ่อน ทำให้ยอดอ่อนหรือช่อดอกแห้งใบอ่อนและผลอ่อนเป็นแผลมีจุดสีดำอ่อน
ช่วงระยะเวลา
ที่ระบาด ช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม
ที่ระบาด ช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม
การป้องกันกำจัด
1. หลังการเก็บเกี่ยวควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่งเพื่อป้องกันมวนลำไยหลบซ่อนข้ามฤดู
2. เก็บไข่และตัวอ่อนที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม นำไปทำลาย
3. ถ้าสำรวจพบไข่ถูกแตนเบียนทำลายมาก ไม่จำเป็นต้องใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
4. ถ้าพบไข่จำนวนมาก แต่ไม่ถูกแตนเบียนทำลาย ทำการป้องกันกำจัดโดยใช้คาร์บาริล
(85%ดับบลิวพี) 45 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
1. หลังการเก็บเกี่ยวควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่งเพื่อป้องกันมวนลำไยหลบซ่อนข้ามฤดู
2. เก็บไข่และตัวอ่อนที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม นำไปทำลาย
3. ถ้าสำรวจพบไข่ถูกแตนเบียนทำลายมาก ไม่จำเป็นต้องใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
4. ถ้าพบไข่จำนวนมาก แต่ไม่ถูกแตนเบียนทำลาย ทำการป้องกันกำจัดโดยใช้คาร์บาริล
(85%ดับบลิวพี) 45 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
หนอนเจาะขั้วผล
ลักษณะและการทำลาย
ไข่สีเหลืองครีม มีขนาดเล็กมาก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องใช้แว่นขยาย ตัวหนอนเจาะทำลาย ยอดอ่อน ดอก และผลพบการทำลายรุนแรงเมื่อเปลี่ยนสีจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ทำให้ผลร่วงหนอนโตเต็มที่ขนาดตัวยาว 1.0 – 1.5 เซนติเมตร สีครีมปนเขียวเข้าดักแด้ในรังดักแด้ที่ใบแก่ ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อขนาดเล็ก เมื่อหุบปีกลตัวยาว 6 – 8 มิลลิเมตรหนวดยาวกว่าลำตัว ปีกสีน้ำตาล มีลวดลายซิกแซกขาวสลับทองและดำเคลื่อนไหวรวดเร็วชอบหลบใต้ใบที่หนาทึบ
ไข่สีเหลืองครีม มีขนาดเล็กมาก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องใช้แว่นขยาย ตัวหนอนเจาะทำลาย ยอดอ่อน ดอก และผลพบการทำลายรุนแรงเมื่อเปลี่ยนสีจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ทำให้ผลร่วงหนอนโตเต็มที่ขนาดตัวยาว 1.0 – 1.5 เซนติเมตร สีครีมปนเขียวเข้าดักแด้ในรังดักแด้ที่ใบแก่ ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อขนาดเล็ก เมื่อหุบปีกลตัวยาว 6 – 8 มิลลิเมตรหนวดยาวกว่าลำตัว ปีกสีน้ำตาล มีลวดลายซิกแซกขาวสลับทองและดำเคลื่อนไหวรวดเร็วชอบหลบใต้ใบที่หนาทึบ
ช่วงระยะเวลาระบาด
เดือนกุมภาพันธ์ – สิงหาคม
เดือนกุมภาพันธ์ – สิงหาคม
การป้องกันกำจัด
1. เก็บผลร่วงทำลายนอกแปลงปลูก
2. หลังเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งเผาเพื่อทำลายดักแด้
3. หลังติดผล 1 – 2 สัปดาห์ สุ่มช่อผล 10 ช่อต่อต้นใช้แว่นขยายส่องดูไข่บนผล 5 ผลต่อช่อ ถ้าพบไข่ให้ทำ การป้องกันกำ จัดโดยใช้คาร์บาริล(85%ดับบลิวพี) 45 กรัม/น้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่อพบ
การระบาด 3-4 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน
1. เก็บผลร่วงทำลายนอกแปลงปลูก
2. หลังเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งเผาเพื่อทำลายดักแด้
3. หลังติดผล 1 – 2 สัปดาห์ สุ่มช่อผล 10 ช่อต่อต้นใช้แว่นขยายส่องดูไข่บนผล 5 ผลต่อช่อ ถ้าพบไข่ให้ทำ การป้องกันกำ จัดโดยใช้คาร์บาริล(85%ดับบลิวพี) 45 กรัม/น้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่อพบ
การระบาด 3-4 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน
ไรสี่ขา
ลักษณะและการทำลาย
ไรมีขนาดเล็กมาก สีชมพูเรื่อๆ ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ไรดูดกินน้ำเลี้ยงบนยอดอ่อน ช่อดอกและหลบซ่อนตามชิ้นส่วนที่ถูกทำลาย ส่วนที่ถูกทำลายจะแสดงอาการแตกพุ่มฝอยเหมือนไม้กวาดหรือคล้ายกับอาการของ
ไรมีขนาดเล็กมาก สีชมพูเรื่อๆ ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ไรดูดกินน้ำเลี้ยงบนยอดอ่อน ช่อดอกและหลบซ่อนตามชิ้นส่วนที่ถูกทำลาย ส่วนที่ถูกทำลายจะแสดงอาการแตกพุ่มฝอยเหมือนไม้กวาดหรือคล้ายกับอาการของ
โรคพุ่มไม้กวาดหรือโรคกะหรี่
มักพบทำลายอย่างรุนแรงในต้นที่มีอายุมากทำให้ต้นทรุดโทรม
มักพบทำลายอย่างรุนแรงในต้นที่มีอายุมากทำให้ต้นทรุดโทรม
ช่วงเวลาระบาด ช่วงเดือน
กุมภาพันธ์ – เมษายน
กุมภาพันธ์ – เมษายน
การป้องกันกำจัด
1. เมื่อตรวจพบยอดมีอาการแตกพุ่มฝอยคล้ายไม้กวาด ให้ตัดและเผาทำลาย
2. หากมีการทำลายเป็นบริเวณกว้าง ทำการป้องกันกำจัดโดยใช้กำมะถันผง (80%ดับบลิวพี) 40กรัม/น้ำ 20 ลิตร พ่น 1-3 ครั้งทุก 4 วัน
1. เมื่อตรวจพบยอดมีอาการแตกพุ่มฝอยคล้ายไม้กวาด ให้ตัดและเผาทำลาย
2. หากมีการทำลายเป็นบริเวณกว้าง ทำการป้องกันกำจัดโดยใช้กำมะถันผง (80%ดับบลิวพี) 40กรัม/น้ำ 20 ลิตร พ่น 1-3 ครั้งทุก 4 วัน
ป้องกันค้างคาวเข้ากัดกินไม้ผลด้วยลูกเหม็น
ในปัจจุบันในการ ผลิตลำไยต้องใช้ต้นทุนสูง โดยเฉพาะการผลิตลำไยนอกฤดู ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง ของการผลิตลำไยในจังหวัดตาก คือค้างคาวที่เข้ามากัดกินผลลำไย ทำให้เกษตรกร ต้องลงทุน ในการกำจัดค้างคาว เช่นการใช้ตาข่ายดักจับแล้วทำลาย หรือใช้ ประทัดจุดขับไล่เป็นต้น
ในปัจจุบันในการ ผลิตลำไยต้องใช้ต้นทุนสูง โดยเฉพาะการผลิตลำไยนอกฤดู ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง ของการผลิตลำไยในจังหวัดตาก คือค้างคาวที่เข้ามากัดกินผลลำไย ทำให้เกษตรกร ต้องลงทุน ในการกำจัดค้างคาว เช่นการใช้ตาข่ายดักจับแล้วทำลาย หรือใช้ ประทัดจุดขับไล่เป็นต้น



